นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับเว็บไซต์ศูนย์ซอฟต์แวร์กองทัพอากาศ

ศูนย์ซอฟต์แวร์กองทัพอากาศใช้นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตามระเบียบกองทัพอากาศ ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.๒๕๖๓

ระเบียบกองทัพอากาศ ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๓

โดยที่เป็นการสมควรกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.๒๕๖๒ จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกองทัพอากาศว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.๒๕๖๓”

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับโดยสมบูรณ์ บรรดาข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ครอบครองก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ ต้องจัดให้เจ้าของข้อมูล ให้ความยินยอมโดยไม่ชักช้า บรรดาระเบียบและคําสั่งอื่นใด ในส่วนที่กําหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้ง กับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

๓.๑ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทําให้สามารถ ระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม

๓.๒ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ผู้มีอํานาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

๓.๓ “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ผู้มีหน้าที่ดําเนินการเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคําสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

๓.๔ "เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ผู้มีหน้าที่ให้คําแนะนํา ตรวจสอบ การดําเนินงาน ประสานงาน ให้ความร่วมมือ รวมถึงรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่ได้รับมอบหมาย จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

๓.๕ “บุคคล” หมายความว่า กําลังพลกองทัพอากาศ และบุคคลภายนอกที่กองทัพอากาศ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๔ ระเบียบนี้ไม่ใช้บังคับกับการดําเนินการของกองทัพอากาศในด้านการรักษาความมั่นคงของรัฐ การรักษาความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งหน้าที่เกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์ หรือการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์

ข้อ ๕ ให้เจ้ากรมกําลังพลทหารอากาศ รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด ๑ บททั่วไป

ข้อ ๖ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทําการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ หากเจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่ที่กําหนดไว้ตามข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑

การขอความยินยอมต้องทําเป็นหนังสือ หรือทําผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพ ไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ให้ใช้วิธีการอื่น ๆ ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการให้ความยินยอม

ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้นต้องแยกออกจาก ข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้งใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทําให้เจ้าของข้อมูลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ดังกล่าว

ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคํานึง ถึงความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทําสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลที่ไม่มีความจําเป็นหรือเกี่ยวข้องสําหรับการเข้าทําสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ

เจ้าของข้อมูลจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่มีข้อจํากัดสิทธิในการถอน ความยินยอมโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอม ไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอม ไปแล้ว

ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลในเรื่องใด ผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น

ในกรณีเจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อํานาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี

การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ ไม่มีผลผูกพันเจ้าของข้อมูล และไม่ทําให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทําการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลได้

ข้อ ๗ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องทําการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลไว้ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวม

การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างไปจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ จะกระทํามิได้ เว้นแต่ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่นั้นให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ และในกรณีที่เจ้าของข้อมูล เป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ให้แจ้งผู้ใช้อํานาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์

ทราบ แล้วแต่กรณี และต้องได้รับความยินยอมก่อนทําการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

หมวด ๒ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๘ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ให้เก็บรวบรวมได้เท่าที่จําเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์ อันชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๙ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคสถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลได้ทราบถึงรายละเอียดตามข้อ ๙.๑ - ๙.๖ แล้ว

๙.๑ วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนําข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผย รวมถึงวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๐ ให้อํานาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

๙.๒ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทําการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถกําหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กําหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม

๙.๓ กรณีที่เจ้าของข้อมูลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือเพื่อเข้าทําสัญญา โดยต้องแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูล ทราบด้วย

๙.๔ ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจถูกเปิดเผย

๙.๕ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อ ในกรณีที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อ ของตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

๙.๖ เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการที่จะได้รับรู้ผลกระทบที่เกิดจากการให้จัดเก็บหรือ ไม่ให้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๑๐ การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่

๑๐.๑ เพื่อจัดทําข้อมูลส่วนบุคคลในด้านเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ

๑๐.๒ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการศึกษาวิจัย หรือสถิติของกองทัพอากาศ ซึ่งได้จัดให้ มีมาตรการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลที่เหมาะสม

๑๐.๓ เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

๑๐.๔ เพื่อจําเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ ในการดําเนินการตามคําขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทําสัญญานั้น

๑๐.๕ เป็นการจําเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดําเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อํานาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

๑๐.๖ เป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสําคัญน้อยกว่า สิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล

ข้อ ๑๑ ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับ ความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามข้อ ๑๐

หมวด ๓ การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๑๒ การใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในการครอบครองของกองทัพอากาศ ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ไม่จําเป็นต้องขอความยินยอม

๑๒.๑ เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการวางแผน หรือการสถิติหรือสํามะโนต่าง ๆ ของกองทัพอากาศ ๑๒.๒ เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล ๑๒.๓ เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย

๑๒.๔ เพื่อประโยชน์แก่การสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย หรือในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล

๑๒.๕ เป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายกําหนด หรือตามคําสั่งศาล

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ต่ํากว่าที่กองทัพอากาศกําหนดไว้ เว้นแต่

๑๓.๑ เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย

๑๓.๒ ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงมาตรฐาน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล

๑๓.๓ เป็นการจําเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูล เป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ ในการดําเนินการตามคําขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทําสัญญานั้น

๑๓.๔ เป็นการกระทําตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติ บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

๑๓.๕ เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลหรือ บุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้

หมวด ๔ การขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๑๔ ในกรณีเจ้าของข้อมูลขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดําเนินการ ดังต่อไปนี้

๑๔.๑ เพิกถอนความยินยอม

๑๔.๒ ขอเข้าถึงและขอรับสําเนาข้อมูลส่วนบุคคล

๑๔.๓ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล

๑๔.๔ ลบข้อมูลส่วนบุคคล

๑๔.๕ ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

๑๔.๖ โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล

๑๔.๗ คัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ให้เจ้าของข้อมูลยื่นคําขอโดยทําเป็นหนังสือ หรือทําผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ให้ใช้วิธีการอื่น ๆ ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการขอใช้ สิทธิตามวรรคหนึ่ง

ข้อ ๑๕ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดําเนินการตามคําขอในข้อ ๑๔ โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกิน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคําขอ

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธคําขอในข้อ ๑๔ ให้แจ้งเจ้าของข้อมูลทราบ โดยไม่ชักช้า

หมวด ๕ การรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๑๗ กองทัพอากาศ ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

๑๗.๑ กําหนดสิทธิ์ในการเข้าถึง การใช้ การเปิดเผย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการแสดงหรือยืนยันตัวบุคคลผู้เข้าถึงหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

๑๗.๒ การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ รวมถึงการนําข้อมูลส่วน บุคคลไปเก็บบนฐานข้อมูลในระบบอื่นใด ซึ่งผู้ให้บริการรับโอนข้อมูลหรือบริการเก็บรักษาข้อมูลอยู่ต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่เก็บรักษาข้อมูลต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ เทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรการตามระเบียบนี้

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรการตามข้อ ๑๗ จนเป็นเหตุให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล สู่สาธารณะ อันอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลให้ดําเนินการ ดังนี้

๑๔.๑ ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดําเนินการแจ้งเจ้าของข้อมูลทราบโดยเร็ว

๑๔.๒ ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดําเนินการตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติ ให้เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๑๙ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

๑๔.๑ จัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

๑๔.๒ จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอํานาจ หรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าว เมื่อมีความจําเป็น หรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

๑๔.๓ ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดําเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอํานาจ หรือโดยมิชอบ

๑๙.๔ จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดําเนินการลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือเกินความจําเป็นตามวัตถุประสงค์ในการ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ข้อ ๒๐ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

๒๐.๑ จัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

๒๐.๒ ดําเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามคําสั่งที่ได้รับจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คําสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือขัดกับระเบียบนี้

๒๐.๓ จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอํานาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้งแจ้ง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น

๒๐.๔ จัดทําและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ ๒๑ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

๒๑.๑ ให้คําแนะนําแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

๒๑.๒ ตรวจสอบการดําเนินงานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้

๒๑.๓ ประสานงานและให้ความร่วมมือ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้ง ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

๒๑.๔ รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนล่วงรู้ หรือได้มาเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่

ข้อ ๒๒ หากมีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาดําเนินการตามแบบธรรมเนียม ของทางราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข้อ ๒๓ ให้ผู้รักษาการตามระเบียบนี้ มีอํานาจกําหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามระเบียบนี้



ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๓

พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์

ผู้บัญชาการทหารอากาศ
ลิ้งค์

ติดต่อเรา

ศูนย์ซอฟต์แวร์กองทัพอากาศ
ฐานทัพอากาศดอนเมือง
แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง
กรุงเทพมหานคร
10210
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2563 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537